WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
Mayบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน At The Open
 
กลยุทธ์การลงทุนรายวัน    
MARKET SUMMARY
เมื่อวานที่ผ่านมา SET กลับมาแกว่งในกรอบ โดยมีแรงขายเด่นใน CENTEL ประเด็น MSCI และ BEAUTY หลังรายงานกำไรลดลงอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเด่นใน PTG, CHG   ณ. สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,633.8 จุด (-6.2 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.3 หมื่นล้านบาท (เทียบกับวันก่อนหน้า 4.0 หมื่นล้านบาท)
นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยที่ 2,679 ลบ. (สถาบัพลิกซื้อสุทธิ 854 ลบ.) และเปิดสถานะ Short SET50 index future สุทธิที่ 9,206 สัญญา
 
INVESTMENT THEME
ตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งตัว รอความคืบหน้าการเจรจาการค้า /   จับตาอีกหนึ่งปัจจัยตะวันออกกลาง :  สำหรับภาพการลงทุนในระยะสั้นเราประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,620-1,655 จุด เพื่อรอความชัดเจนของทั้ง 2 ฝั่ง โดยปัจจุบันฝั่งสหรัฐและจีนได้เพิ่มความรุนแรงด้วยการเพิ่มวงเงินสินค้าภาษีนำเข้า (สหรัฐเพิ่มภาษี 25% วงเงิน 2.0 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ฝั่งจีนเพิ่ม 6.0 หมื่นล้านเหรียญ) เราประเมินว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ ผลกระทบของการค้าโลกจะยืดไปถึง 2H19 มากน้อยเพียงใด ? เนื่องจากปัจจุบันหลายสำนัก นำโดย IMF, World bank ต่างประเมินว่าเศรษฐกิจ 2H19 จะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับ 1H19 ฉะนั้นหากว่าการเจรจาครั้งที่ 12 ที่กรุงปักกิ่ง หรือ การประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีความคืบหน้า เราประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะเห็นการปรับประมาณการลงของ GDP โลก โดยเฉพาะฝั่งตลาดเกิดใหม่ ในแง่ผลกระทบต่อประเทศไทยปัจจุบันเราประเมิน GDP ที่ 3.6% มี Downside หากการส่งออกในช่วง 2H19 ไม่ฟื้น (1Q19 ติดลบ 3.6% ทั้งปีเราประเมิน +2.2%) ภาพดังกล่าว ถือเป็นการจำกัด Upside ในระยะกลาง ในขณะที่อีกหนึ่งปัจจัยที่แนะนักลงทุนจับตานั่นคือ ภายหลังสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน และให้หลายประเทศยกเลิกการนำเข้าน้ำมัน สร้างความไม่พอใจต่ออิหร่าน ล่าสุดเกิดเหตุวินาศกรรมเรือขนส่งน้ำมัน 2 ลำ บริเวณชายฝั่ง UAE ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบผู้กระทำ ในขณะที่สหรัฐได้ส่งกองกำลังประจำการ สิ่งที่แนะนักลงทุนติดตาม คือ หากถึงขั้นปิดช่องแคบ Hormuz (เป็นทางเดินเรือหลักที่ขนส่งน้ำมันไปยังภูมิภาคต่างๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของทั้งหมด) ระยะสั้นอาจเป็นปัจจัยบวกอ่อนๆต่อน้ำมันดิบ แต่ในขณะเดียวกันอาจเป็นปัจจัยกดดันเชิงภูมิศาสตร์   
Investment Theme : สัปดาห์นี้ประเมิน SET แกว่งตัวบริเวณ 1,620-1,655 จุด สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง แนะเก็งกำไร PTTEP, CPALL, GPSC (มีเพิ่มทุน) 
 
BIG ISSUE
เมื่อคืนที่ผ่านมา :  ในหลวงโปรดเกล้าแต่งตั้งส.ว. แล้ว / ราชกิจจาฯ เรียกประชุมสภา 22 พ.ค. คาดเปิดสภาไป 24 พ.ค. /
 
STOCK PICK & TRADING IDEA
เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศที่กล่าวมา ยังกดดันการลงทุน ฉะนั้นสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำเบื้องต้น เราแนะชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจน
 สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะทยอยสะสม PTTEP (150+8บาท รวม Murphy) คาดผลประกอบการ Q2 ปรับตัวขึ้น QoQ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย QTD 11% QoQ ขณะที่ราคาก๊าซฯ ทรงตัว QoQ ปริมาณขายคาดเพิ่มขึ้น 3-4% QoQ ส่วนใหญ่มาจากโครงการบงกชใต้กลับมาเริ่มผลิตหลังหยุดซ่อม
 
TECHNICAL VIEW
ระยะสั้นไม่ควรหลุดแนวรับ 1620 มิฉะนั้น Downside จะเปิด :  ดัชนีเปิดโดดลงและแกว่ง Sideway Down ตลอดทั้งวัน แม้ระหว่างวันมีแรง Rebound แต่ถือว่ายังไม่เด่นชัด ระยะสั้นภายในวันหากไม่หลุด Low ที่ 1629 คาดอาจมีแรง Rebound ในระยะสั้น เนื่องจาก Modified Stochastic เข้าเขต Oversold หากมีหุ้นอาจเป็นจังหวะ Rebound เป็นโอกาสขายลดพอร์ต เนื่องจากดัชนียังคงมีความเสี่ยงฟอร์มการกลับตัวลงแบบ Double Top
กลยุทธ์การลงทุน 1) มีหุ้น: หากหลุด Low 1629 แนะนำ Stop Loss หรือจังหวะ Rebound ระหว่างวัน มองเป็นโอกาสขายเพื่อลดพอร์ต  2) ไม่มีหุ้น: รอดูแนวโน้มจนกว่าดัชนีจะเริ่มหยุดลงหรือ Rebound ที่ชัดเจนกว่านี้ 
แนวรับ : 1620, 1629 แนวต้าน : 1645, 1660
 
EYES ON
ปัจจัยต่างประเทศ :   -
ปัจจัยในประเทศ :   15 พ.ค. พรรคประชาธิปัตย์เลือกกรรมการและหัวหน้าพรรคใหม่
หุ้นเทคนิค :  
WHA (4.10-4.16, Tp 4.28//4.56, Cut 4.06)
SPALI (21.00-21.30, Tp 22.00//22.50, Cut 20.70)
 
Research House  02 658 5000                           
นักกลยุทธ์ : สรพล วีระเมธีกุล  | วิจิตร อารยะพิศิษฐ                    
www.maybank-ke.co.th
Line ID : @maybankfriends